CTH แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้เบียดแย่งลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกจากทรูฯ

CTH แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้เบียดแย่งลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกจากทรูฯ
2 votes, 4.00 avg. rating (79% score)

เป็นข่าวใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อทรูวิชั่น ออกมาแถลงข่าวขอโทษลูกค้า ที่ไม่สามารถประมูลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2013/2014-2015/2016 มาได้ ซึ่งหมายความว่า ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่จะได้ดูฟูตบอลพรีมเียร์ลีกอังกฤษทางช่องทรูวิชั่น

สิทธิในการถ่ายทอดนี้ตกไปอยู่ในมือของบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช CTH หลายคนฟังชื่อแล้วอาจจะงงๆ ว่าคือใคร หลายคนคงไม่รู้จัก วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก CTH กัน ว่าทำไมอยู่จึงมาแย่งชิ้นปลามันที่ทรูวิชั่นผูกขาดมาเป็นสิบปีไปได้

จะว่าไปแล้ว CTH ก็ไม่ใช่กลุ่มทุนรายเล็กๆเลย เพราะหากไม่มีทุนมหาศาลแล้ว คงเบียดแย่งประมูลแข่งกับทรูวิชั่นไม่ได้แน่ๆ (ข่าวลือว่าลิขสิทธิ์ครั้งนี้ประมูลกันสูงถึง 7พันล้านบาททีเดียว) เป็นเคเบิ้ลท้องถิ่น จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 โดยผู้ประกอบการเคเบิลทีวีทุกระดับทั่วประเทศ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาระบบเครือข่ายก้าวกระโดดหลังจากการเข้ามาถือหุ้นของ นายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ของประเทศไทย เจ้าของฉายาพ่อมดตลาดหุ้น และนายวัชร วัชรพล ทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศ การจับมือของทั้ง 2 คนในธุรกิจเคเบิ้ลทีวีทำให้ถูกจับตามองว่าอาจจะมีพันธมิตรอีกหลายรายเข้ามาร่วมธุรกิจ

นี่เองที่ทำให้หลายคนหายสงสัยว่า CTH เอาเงินมาจากไหนถึงกล้าสู้ราคาประมูลจนทรูวิชั่นไม่กล้าตาม ราคาสูงจนแทบมองไม่เห็นกำไรเลยทีเดียว แต่ทาด้านคุณวิชัย ทองแตง ก็ประกาศแล้วว่า สำหรับลูกค้า CTH จะได้รับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในราคาไม่แพง ไม่ต้องกังวลว่าเราประมูลมาราคาสูงแล้วจะเก็บค่าสมาชิกแพง คนไทยจะต้องได้ดูในราคาถูก

คุณวิชัย กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า เราเป็นเพียงเคเบิลบ้านนอก ทำได้แบบนี้ก็ถือว่าเกินคาดหมายแล้ว ต่อไปก็จะมุ่งพัฒนาระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ลงทุนกว่า 2หมื่นล้าน เพื่อให้สามารถรองรับผู้ชมได้ทั่วทั้งประเทศ โดย CTH ยังได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษไปยังประเทศ ลาวและกัมภูชาอีกด้วย

งานนี้หลังจากที่เสียสิทธิ์ในการถ่ายทอดฟุตบอลไป ทำให้หุ้นของกลุ่มทรูร่วงลงทันที ซึ่งผมมองว่าจะมีสมาชิกทะยอยบอกเลิกกับทรูเป็นจำนวนมากแน่นอน เพราะของเดิมต้องจ่ายถึงเดือนละ 2พันกว่าบาทจึงจะได้ดูบอลพรีเมียร์ฯ ถ้าไม่มีการถ่ายทอดฟุตบอลแล้ว ทรุวิชั่นจะต้องเสียลูกค้าอย่างมากแน่นอน

ไหนจะต้องสู้รบกับกล่องของค่ายแกรมมี่ และอาร์เอส และเคเบิลท้องถิ่นอยู่แล้ว ยังต้องมาเจอกับยักษ์รายใหม่อย่าง CTH อีก ครั้งนี้เป็นอีก 1 บทเรียนที่ทำให้เราได้เห็นเป็นตัวอย่างว่า ของบางอย่างถ้าดูที่ราคาแล้วอาจจะแพง หรือแพงมากๆ แต่ถ้าหากตัดสินใจปฏิเสธไปแล้ว จะมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมากมายมหาศาล

ทรูฯพลาดที่ไม่สู้ราคา และปล่อยให้สิทธิ์พรีเมียร์ลีกตกไปอยู่ในมือของคู่แข่ง ทำให้ CTH มีพื้นที่เล่นในตลาด และสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว 7พัน-9พันล้าน หรือต่อให้หมื่นล้าน ก็ไม่แพงเลยสำหรับการรักษาฐานลุกค้าไว้ และปิดพื้นที่ไม่ให้คู่แข่งเข้ามาทำตลาดได้ แต่การตัดสินใจที่ไม่สู้ราคาครั้งนี้ ทำให้ต้องเสียลูกค้าตัวเองไปให้คู่แข่ง และทำให้คู่แข่งเข้มแข้งขึ้น จนสามารถเข้ามาแทนที่ตัวเองได้ในที่สุด

 

 

ที่มา : mthai  ไทยรัฐ   CTH

 

CTH แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ผู้เบียดแย่งลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกจากทรูฯ
2 votes, 4.00 avg. rating (79% score)

ที่ปรึกษาด้านการทำการตลาดออนไลน์ และออฟไลน์ มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตมาเกือบ 10ปี สนใจศึกษาหาความรู้เกี่ยวการตลาด การทำธุรกิจ ติดตามข่าวสารแวดวงธุรกิจ และเทคโนโลยีอยู่เสมอ เป็นเพื่อนกับผมได้ที่ : https://www.facebook.com/kodchapak ติดตามข่าวสารจากผมได้ที่ : https://twitter.com/kodcha ยินดีให้คำปรึกษาคุณที่ : https://www.facebook.com/rubjangpost

Next Articleจับเสือมือเปล่า?!?